กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย
สาธารณภัยรายประเภท สรุปสาธารณภัยประจำวัน สรุปสาธารณภัยประจำสัปดาห์ สรุปสาธารณภัยประจำเดือน การฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
หนังสือสั่งการ
กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ด้วนที่สุด ที่ มท (บกปภ) 0624/ว 20
ตามหนังสือกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ด่วนที่สุด ที่ มท (กปภก) 0624/ว273 ลว 12 พ.ค.2564
กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ มท (บกปภ)/006 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2564
ติดตามสถานการณ์น้ำ
การประชุม บกปภ.ช. เตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง วันที่ 20 สิงหาคม 2562 โดยมีคณะองคมตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
โครงการสร้างการรับรู้ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ฤดูฝน ปี พ.ศ. 2562 ในวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมีนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา) ให้เกียรติเป็นประธาน ภายในงานมีการเสวนา และนิทรรศการ หัวข้อ “การเตรียมความพร้อมจัดการน้ำหลากปี 2562”
ดาวน์โหลด
รายงานผลการปฏิบัติงาน สายด่วนนิรภัย 1784 ประจำเดือน กันยายน 2564
รายงานผลการปฏิบัติงาน สายด่วนนิรภัย 1784 ประจำเดือน สิงหาคม 2564
รายงานผลการปฏิบัติงาน สายด่วนนิรภัย 1784 ประจำเดือน กรกฎาคม 2564
รายงานผลการปฏิบัติงาน สายด่วนนิรภัย 1784 ประจำเดือน มิถุนายน 2564
การฝึกศูนย์บัญชาการเหตุกาณณ์จังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
แจ้งเตือนเตรียมความพร้อม
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เชิงพื้นที่ ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคใต้ ให้เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2561
หนังสือกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ด่วนที่สุด ที่ มท 0624 (บกปภ.ช.)/ว 23 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2561 เรื่อง การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าช่วงที่ผ่านมาทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ส่งผลให้ ในช่วงวันที่ 23 - 27 สิงหาคม 2561 ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทั้งนี้ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มากและการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ โดยจะระบายน้ำวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอาจต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นอาจเกิดน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งคลื่นลมทะเลสูง 2-4 เมตร ชาวเรือและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งอาจได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรง
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์ น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าขณะนี้ปริมาณน้ำท่าและปริมาณน้ำในเขื่อน/อ่างเก็บน้ำหลายแห่งอยู่ในระดับสูงทำให้มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน ในช่วงวันที่ 5-9 สิงหาคม 2561 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้นทุกภาค ปริมาณฝนสะสมที่เพิ่มมากขึ้นอาจเกิดภาวะอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลัน บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ สำหรับคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร เพื่อเป็นการแจ้งเตือนเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีฝนตกต่อเนื่องทำให้ศักยภาพในการอุ้มน้ำของดินต่ำลง หากมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจทำให้พื้นที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม โดยมีพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่ จ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ มุกดาหาร อุบลราชธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และจ.ประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการดังนี้ 1) ให้จังหวัดที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำโขงติดตามสถานการณ์น้ำเพิ่มสูง เตรียมพร้อมรับมือ ติดตั้งระบบสูบน้ำ รวมทั้งบริหารการเปิดปิดประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่งและระบายน้ำออกตามสภาพพื้นที่พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบ และจัดหาสถานที่ปลอดภัยสำหรับรองรับการอพยพประชาชน 2) ให้จังหวัดที่มีการพร่องหรือระบายและจังหวัดท้ายน้ำแจ้งอำเภอสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทางการสื่อสารและกลไกฝ่ายปกครองอย่างทั่วถึง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์น้ำเตรียมพร้อมรับมือ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ เช่น จัดเก็บทรัพย์สินขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ขึ้นที่สูง เตรียมย้ายยานพาหนะไปยังพื้นที่ปลอดภัย ฯลฯ 3) กรณีพื้นที่ท้ายเขื่อน/อ่างเก็บน้ำให้เฝ้าระวังและติดตามการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดหากพบว่าปริมาณน้ำที่ระบายน้ำมีปริมาณมากและระดับน้ำสูง ให้ชี้แจงประชาชนทราบถึงความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และหากผู้อำนวยการท้องถิ่นหรือผู้อำนวยการอำเภอ หรือผู้อำนวยการจังหวัดพิจารณาแล้วมีความจำเป็นต้องอพยพ และดำเนินการอพยพไปจุดที่ปลอดภัยตามแผนเผชิญเหตุ 4) ให้ประสานการปฎิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน และเครือข่ายอาสาสมัครจากทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมด้านสรรพกำลัง เครื่องจักรกลสาธารณภัย รวมทั้งให้จัดชุดเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งแจ้งไปยัง ศูนย์ ปภ. เขต 2 (สุพรรณบุรี) เขต 4 (ประจวบคีรีขันธ์) เขต 6 (ขอนแก่น) เขต 7 (สกลนคร) เขต 13 (อุบลราชธานี) เขต 14 (อุดรธานี) ดำเนินการเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สน.ปภ.จ. ในพื้นที่เพื่อรับมอบภารกิจและเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ กำลังพล ให้พร้อมสนับสนุนจังหวัด ตลอด 24 ชั่วโมง
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีฝนตกต่อเนื่องทำให้ศักยภาพในการอุ้มน้ำของดินต่ำลง หากมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจทำให้พื้นที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม โดยมีพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในช่วงวันที่ 2 ส.ค.- 4 ส.ค. 61 ให้เตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์ ฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ศักยภาพในการอุ้มน้ำของดินต่ำลง หากมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจทำให้พื้นที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยมีพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศแจ้งเตือน ของทางราชการอยู่ตลอดเวลา และเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ กำลังพล ให้พร้อมสนับสนุนจังหวัด ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนการฝึกและป้องกันบรรเทาสาธาณภัย
จำนวนผู้เข้าชมในหน้านี้ 118444 ครั้ง